เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา

ข้อมูลทั่วไปของจังหวัด

1. ความเป็นมา

   จังหวัดตราด ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร แต่เชื่อว่าคำว่า "ตราด" นี้เพี้ยนมาจากคำว่า "กราด" เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งสำหรับใช้ทำไม้กวาดในรัชสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช "ตราด" มีชื่อเดิมเรียกว่า "บ้านบางพระ" มีชัยภูมิสำคัญในการเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเลรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จนกระทั่งก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมไพร่พลและเรือสำเภาเพื่อนำไปขับไล่เมียนมากอบกู้เอกราชคืนสู่ชาติไทย และ เมื่อปี พ.ศ. 2446 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทำสนธิสัญญากับชาวฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 13 ภุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 (ร.ศ.122) ซึ่งทำให้ไทยจำต้องยกดินแดนจังหวัดตราด และเกาะต่างๆตั้งแต่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ไปจนถึงเกาะกูด และเมืองปัจจันตคีรีเขต หรือ เกาะกง ให้แก่ฝรั่งเศสเพื่อแลกเปลี่ยนให้ฝรั่งเศสถอนกองทหารไปจากจันทบุรี โดยสัญญาฉบับนี้ได้ให้สัตยาบันต่อกันและมีผลท าให้กองทหารฝรั่งเศสถอนออกไปจากเมืองจันทบุรีตามสัญญา เมื่อ 12 มกราคม 2447 ต่อมาในวันที่ 23 มีนาคม 2449พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงยอมยกดินแดนพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเอาเมืองตราดและเกาะต่างๆ กับเมืองด่านซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำโขงคืนมา ชาวตราดจึงได้ถือเอาวันที่ 23 มีนาคมของทุกปีเป็นวันเอกราชของจังหวัดตราดและได้มีการจัดงาน "วันตราดรำลึก" เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรักษาเมืองตราดไว้ให้คงอยู่บนแผ่นดินไทย

2. สภาพภูมิสังคม

ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่

ที่ตั้ง "จังหวัดตราด" เป็นจังหวัดชายแดนสุดฝั่งทะเลตะวันออก มีรูปร่างลักษณะคล้ายหัวช้าง อาณาเขตด้านชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาทั้งทางบกและทางทะเล ยาว ๓๓๐ กิโลเมตร โดยทางบกติดกับทางจังหวัดของประเทศกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดโพธิสัต และจังหวัดเกาะกง ซึ่งมีแนวชายแดนธรรมชาติติดทิวเขาบรรทัด เป็นเส้นแบ่งเขตแดนตลอดแนวยาว ๑๖๕ กิโลเมตร และมีแนวอาณาเขตทางทะเลยาว ๑๖๕.๕ กิโลเมตร มีพื้นที่ขนาดเล็กเป็นอันดับ ๔ ของภาคตะวันออก และเป็นอันดับที่ ๕๖ ของประเทศ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามเส้นทางสายใหม่ บางนา-บ้านบึง-แกลง-ตราด เป็นระยะทาง ๓๑๕ กิโลเมตร

อาณาเขต มีอาณาเขตพื้นที่ทางบก ๒,๘๑๙ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑,๗๖๑,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ปกครองทางทะเล ๗,๒๕๗ ตารางกิโลเมตร

ทิศเหนือ  ติดต่อกับอำเภอขลุง  จังหวัดจันทบุรีและประเทศกัมพูชา

ทิศใต้  ติดต่อกับอ่าวไทยและน่านน้ำประเทศกัมพูชา

ทิศตะวันออก  ติดต่อกับประเทศกัมพูชา  มีทิวเขาบรรทัดเป็นแนวกั้นเขต

ทิศตะวันตก  ติดต่อกับอำเภอขลุง  จังหวัดจันทบุรี

3. ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ มีอาณาเขตบริเวณที่ ประกอบด้วย เทือกเขาสูง อุดมด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบ และพื้นน้ำ หมู่เกาะต่างๆ สภาพภูมิประเทศ แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ อาณาบริเวณที่เป็นแผ่นดิน ภูเขา พื้นน้ำ และทะเล ดังนี้

1.บริเวณพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ เหมาะสำหรับปลูกผลไม้ ปาล์มน้ำมัน ทำนาข้าว และการปศุสัตว์

2.ที่ราบบริเวณภูเขา บริเวณนี้มีพื้นที่กว้างขวางมากเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ ยางพารา และสับปะรด

3.บริเวณพื้นที่ภูเขาสูง ส่วนมากมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่เกาะ

4.ที่ราบต่ำชายฝั่งทะเล และผืนทะเล บริเวณพื้นที่นี้ประกอบด้วย หมู่เกาะน้อยใหญ่ต่าง ๆ ๕๒ เกาะ มีป่าชายเลนอย่างหนาแน่น เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

3. ลักษณะภูมิอากาศ

  จังหวัดตราดมีอากาศไม่ร้อนจัด หรือหนาวจนเกินไป แต่มีฝนตกชุกมาก เพราะมีพื้นที่ติดทะเล และมีภูเขาโอบล้อม จึงทำให้ได้รับอิทธิพลของลมมรสุม แบ่งออกเป็น 3 ฤดู

  ฤดูหนาว  เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ อากาศไม่หนาวมากนักอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ ๒๐ องศาเซลเซียส

  ฤดูร้อน  เป็นช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยไม่เกิน ๓๔ องศาเซลเซียส

  ฤดูฝน   เกิดจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทะเลอ่าวไทย ในช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ของทุกปี ทำให้มีฝนตกชุกในเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉลี่ยจะมีปริมาณน้ำฝน ๔,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ มม.ต่อปี เป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดในประเทศรองจากจังหวัดระนอง